Midnight Sun:Edward : ~ 12.: ความยุ่งยาก ~

posted on 30 Jun 2009 17:46 by vampires-twilight

Midnight Sun:Edward :

~ 12.: ความยุ่งยาก ~

 

12. ความยุ่งยาก ผมกับเบลล่าเดินไปห้องเรียนชีววิทยาด้วยกันเงียบๆ ผมพยายามตั้งสมาธิให้อยู่กับช่วงเวลานี้ ให้อยู่กับหญิงสาวข้างๆผม ให้อยู่กับสิ่งที่เป็นจริงและจับต้องได้ ให้อยู่กับอะไรก็ได้ที่ทำให้ผมไม่ต้องคิดถึงภาพนิมิตหลวกลวง และไร้ความหมายของอลิซเราเดินผ่านแองเจล่า เวเบอร์ ซึ่งกำลังเดินอ้อยอิ่งคุยเรื่องการบ้านกับเพื่อนชายที่เรียนตรีโกณมิติด้วยกัน ผมลองตรวจดูความคิดของเธออย่างคร่าวๆคิดว่าอย่างไรก็คงผิดหวัง แต่กลับกลายเป็นว่าผมต้องประหลาดใจเมื่อพบความปรารถนาของเธออา...ในที่สุดก็มีสักอย่างหนึ่งที่แองเจล่าอยากจะได้ แต่โชคร้ายที่มันไม่ใช่ของง่ายๆที่จะจับใส่กล่องห่อของขวัญได้ผมรู้สึกสบายใจอย่างประหลาดขึ้นมาครู่หนึ่ง เมื่อได้ยินความปรารถนาอันไร้ความหวังของแองเจล่า ความรู้สึกเหมือนเป็นญาติซึ่งมีบางอย่างเกี่ยวพันกันก่อกำเนิดขึ้นในใจผมโดยที่แองเจล่าเองก็ไม่รู้ตัว ในชั่ววินาทีนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นพวกเดียวกันกับมนุษย์สาวน้อยคนนี้แต่อีกวินาทีต่อมา ผมกลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน เพราะเรื่องของแองเจล่าไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยความเศร้า เธอเป็นมนุษย์ เขาก็เป็นมนุษย์ และความแตกต่างที่เธอคิดว่าไม่มีวันเอาชนะได้ก็เป็นแค่เรื่องตลก ตลกมากๆเลยด้วยซ้ำถ้าเทียบกับเรื่องของผม เรื่องอกหักของเธอมันไม่มีอะไรเลย มันเป็นความเสียใจที่สูญเปล่าในเมื่อไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เธอจะไม่ได้อยู่กับคนที่เธอต้องการ ทำไมเธอจะไม่ควรได้ในสิ่งที่เธอต้องการ ทำไมเรื่องนี้มันจะจบลงด้วยความสุขไม่ได้ผมต้องการให้ของขวัญเธอ ดีล่ะ ผมจะให้ในสิ่งที่เธอต้องการ ผมรู้ดีว่าการจะทำอะไรกับธรรมชาติของมนุษย์เป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่ายาก ผมลองตรวจสอบเข้าไปในความคิดของเด็กหนุ่มข้างๆเธอซึ่งเป้าหมายแห่งความรักของเธอ เขาก็ดูไม่ได้อึดอัดใจอะไร มีแค่ความยากเย็นในใจเหมือนกับที่เธอคิดนั่นแหละที่ขวางกั้นพวกเขาอยู่ เขาสิ้นหวังและท้อแท้เหมือนกันกับเธอสิ่งที่ผมต้องทำก็แค่เป็นพ่อสื่อให้พวกเขาเท่านั้นเองผมวางแผนขึ้นมาง่ายๆ คิดบทพูดขึ้นมาอย่างไม่ลำบากยากเย็น ผมต้องการความช่วยเหลือจากเอ็มเมทท์ ความยากอย่างเดียวของงานนี้ก็คือทำให้เขายอมร่วมแผนนี้ด้วย ธรรมชาติของมนุษย์นั้นง่ายที่จะควบคุมยิ่งกว่าธรรมชาติของแวมไพร์ตั้งเยอะผมพอใจกับการแก้ปัญหาเรื่องของขวัญของแองเจล่า มันเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของผมให้ออกจากปัญหาของตนเองได้ดี ทำไมปัญหาของผมมันไม่แก้ได้ง่ายดายอย่างนี้บ้างนะ ผมอารมณ์ดีขึ้นบ้างเมื่อผมกับเบลล่านั่งที่แล้ว บางทีผมควรจะมองโลกในแง่ดีกว่านี้ บางทีมันคงจะมีหนทางแก้ไขอยู่ที่ไหนสักแห่งแต่ผมมองไม่เห็น เหมือนกับที่แองเจล่าก็มองไม่เห็นทางแก้ของตัวเอง มันก็ไม่เหมือนนักหรอก แต่ทำไมจะต้องไปเสียเวลากับความสิ้นหวังด้วยเล่า ผมไม่ได้มีเวลาจะเสียมากนัก สำหรับเรื่องเบลล่าแล้ว ทุกวินาทีสำคัญเสมออาจารย์แบนเนอร์เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับทีวีและเครื่องเล่นวีดีโอเก่าๆ เขาจะข้ามบทเรียนที่เขาไม่ค่อยสนใจนักเรื่องความผิดปกติของยีนไป แล้วนำภาพยนตร์มาฉายให้พวกเราดูเป็นเวลาสามวัน ถึงแม้เรื่องลอเรนโซส์ ออยล์ จะไม่ใช่หนังที่สนุกนักแต่ก็ทำให้ทั้งห้องตื่นเต้นกันไม่หยุด ไม่ต้องจดโน้ต ไม่ต้องมีสอบ วันว่างๆสามวันรวด นี่ล่ะความหรรษาของมนุษย์มันไม่สำคัญอะไรเลยสำหรับผม ไม่ว่าจะในทางไหนทั้งสิ้น ผมไม่เคยวางแผนว่าจะสนใจอะไรอื่นนอกจากเบลล่า อยู่แล้ว วันนี้ผมไม่ได้ลากเก้าอี้ออกมาให้ห่างจากเธอเพื่อเพิ่มพื้นที่หายใจอีกแล้ว ตรงกันข้าม ผมขยับเข้าไปนั่งใกล้ๆเธอเหมือนที่มนุษย์ทั่วไปเขาทำกัน ใกล้เสียยิ่งกว่าในรถของผม ใกล้เสียจนร่างกายด้ายซ้ายของผมแทบจะจมลงในความร้อนผ่าวจากผิวหนังของเธอมันเป็นประสบการณ์แปลกพิกล ทั้งมีความสุขทั้งเขย่าขวัญในเวลาเดียวกัน แต่ผมชอบอย่างนี้มากกว่าการที่ต้องนั่งตรงข้ามกับเธอ มันเป็นความรู้สึกที่มากมายยิ่งกว่าที่ผมเคยรู้สึก แล้วผมก็รู้ตัวในทันทีว่าแค่นี้ยังไม่พอ ผมยังไม่พอใจ การได้อยู่ใกล้เธออย่างนี้ ยิ่งทำให้ผมอยากอยู่ให้ใกล้เข้าไปอีก แรงดึงดูดดูจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อผมยิ่งเข้าไปใกล้เธอผมเคยกล่าวหาว่าเธอเป็นแม่เหล็กดึงดูดอันตราย และตอนนี้ผมได้เห็นแล้วว่า มันเป็นเช่นนั้นอย่างแท้จริง ผมเป็นตัวอันตราย และทุกๆนิ้วที่ผมขยับเข้าไปใกล้เธอ แรงดึงดูดของเธอก็มีพลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแล้วอาจารย์แบนเนอร์ก็ปิดไฟมันทำให้เกิดความแตกต่างอย่างแปลกประหลาด ทั้งๆที่ความมืดแทบจะไม่มีความหมายอะไรสำหรับผมเลย ผมยังคงมองเห็นได้ชัดเจนเท่ากับตอนที่มีแสงไฟ ทุกๆรายละเอียดในห้องนี้ยังคงชัดเจนแล้วทำไมมันถึงมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่างผมอย่างนี้ หรือเป็นเพราะว่าผมรู้ว่ามีผมเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เห็นทุกอย่างชัดเจน รู้ว่าไม่มีใครเห็นผมกับเบลล่า มันเหมือนกับเราได้อยู่กันลำพังสองคน ซ่อนตัวอยู่ในห้องมืด ได้นั่งแนบชิดสนิทกันมือของผมเคลื่อนไปหาเธอโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอแค่สัมผัสเธอ ได้กุมมือเธอไว้ในความมืด  แต่ถ้ามันกลายเป็นความผิดพลาดอันน่าขนลุกล่ะ ถ้าผิวหนังของผมทำให้เธอระคาย เธอก็จะต้องปัดมือผมออกผมรีบดึงมือตัวเองกลับมา แล้วกอดอกพร้อมกับกำหมัดไว้แน่น จะไม่มีความผิดพลาดอีกแล้ว ผมสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ให้มีอะไรผิดพลาดอีกไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม ถ้าผมจับมือเธอ ผมก็จะต้องการสัมผัสอื่นๆเรื่อยๆไปอีก ต้องการขยับเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้นอีก ผมรู้สึกได้ ความปรารถนาอย่างใหม่กำลังเพิ่มกำลังขึ้นเรื่อยๆ พยายามที่จะเอาชนะการควบคุมตนเองของผมห้ามผิดพลาดเบลล่าก็นั่งกอดอกไว้อย่างปลอดภัยเช่นกัน มือกำหมัดแน่นเหมือนกันกับผมคุณกำลังคิดอะไรอยู่น่ะ ผมอยากจะถามคำถามนี้กับเธอเหลือเกิน แต่ห้องนี้เงียบเกินกว่าจะสนทนากันได้แม้ว่าจะแค่กระซิบก็ตามหนังเริ่มเรื่องแล้ว ทำให้ห้องสว่างขึ้นเล็กน้อย เบลล่าเหลือบมองผม เธอสังเกตเห็นผมนั่งตัวแข็งเช่นเดียวกันกับเธอ เธอยิ้ม ปากเธอเผยอขึ้นเล็กน้อย แววตาเธอดูอบอุ่นเย้ายวนหรือบางทีผมอาจจะเห็นในสิ่งที่ผมอยากเห็นก็ได้ผมยิ้มตอบเธอ เธอหายใจติดขัดแล้วรีบเบือนหน้าไปจากผมนั่นยิ่งทำให้อะไรๆแย่ลงไปอีก ผมไม่รู้ความคิดของเธอ แต่จู่ๆผมก็อยากจะคิดในเชิงบวกขึ้นมา ว่าผมคิดถูกแล้ว เธอต้องการให้ผมสัมผัสเธอ เธอก็รู้สึกถึงปรารถนาอันตรายนี้เช่นเดียวกันกระแสไฟฟ้าแล่นอยู่ระหว่างร่างกายของเธอกับผมเธอไม่ได้ขยับตัวเลยตลอดทั้งชั่วโมง เธอนั่งตัวแข็งอยู่ท่าเดิมเหมือนที่ผมทำ นานๆเธอถึงจะแอบมองผมสักครั้ง แล้วกระแสไฟฟ้าก็จะวิ่งกระตุกเข้ามาในร่างกายผมหนึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ก็ยังไม่ช้ามากพอ นี่เป็นสิ่งใหม่ที่ผมทำได้ ผมจะต้องนั่งเฉยๆอยู่กับเธออย่างนี้ได้เป็นวันๆแน่ ขอเพียงแค่ได้ดื่มด่ำกับความรู้สึกอย่างเต็มอิ่มเท่านั้นผมมีปัญหาเป็นโหลๆให้ต้องถกเถียงกับตัวเองในขณะที่เวลาเคลื่อนผ่านไปทุกๆนาที เหตุผลและความปรารถนาต่อสู้กันขณะที่ผมพยายามหาข้ออ้างที่จะสัมผัสเธอในที่สุดอาจารย์แบนเนอร์ก็เปิดไฟอีกครั้งท่ามกลางแสงสว่างของหลอดนีออน บรรยากาศในห้องเรียนก็กลับเข้าสู่สภาพเดิม เบลล่าถอนใจแล้วยืดตัวขณะที่ดัดนิ้วไปด้วย ผมรู้สึกสบายกว่าเธอเพราะการอยู่นิ่งๆเป็นธรรมชาติของผมอยู่แล้วผมหัวเราะกับสีหน้าโล่งอกของเธอ อืม น่าสนใจดีอืม... เธอพึมพำ เข้าใจชัดเจนว่าผมหมายถึงอะไร แต่ก็ไม่ยอมออกความเห็น เธอไม่อยากให้ผมรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรผมถอนใจ ไม่ว่าผมจะหวังอีกเท่าไรก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นไปกันเถอะ ผมชวนขณะที่ลุกขึ้นยืนเธอทำหน้าเหยเกแล้วลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล แล้วกางแขนออกเหมือนกลัวว่าจะล้มลงไปผมอยากจะยื่นมือให้เธอ หรืออาจจะพยุงข้อศอกช่วยเธอก็ได้ แค่เพียงเบาๆเท่านั้น แน่นอนว่ามันคงไม่ผิดกฎมากมายนักหรอกห้ามผิดพลาดเธอเดินเงียบๆขณะที่เรามุ่งหน้าไปโรงยิม รอยย่นปรากฏอยู่ที่หว่างตาเธอ เป็นหลักฐานว่าเธอกำลังหมกมุ่นอยู่กับความคิด ผมเองก็เช่นเดียวกันแค่สัมผัสเธอนิดเดียวคงไม่ทำให้เธอบาดเจ็บได้หรอก ด้านที่เห็นแก่ตัวของผมเถียงขึ้นมาผมสามารถบังคับน้ำหนักมือของผมได้ มันไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยตราบเท่าที่ผมยังควบคุมตัวเองได้อย่างมั่นคงอยู่ ประสาทสัมผัสของผมพัฒนาไปไกลยิ่งกว่าของมนุษย์มาก ผมสามารถเล่นกลโยนรับแก้วคริสตัลได้เป็นโหลโดยไม่ทำแตกเลยสักใบ ผมสามารถลูบไล้ฟองสบู่ได้โดยไม่ทำให้มันแตก ตราบใดที่ผมยังควบคุมตัวเองได้อย่างมั่นคงอยู่เบลล่าก็เหมือนฟองสบู่ เธอเปราะบางและมีอายุสั้น อยู่ได้แค่เพียงชั่วคราวเท่านั้นผมจะอยู่ในชีวิตของเธอได้นานอีกเท่าไรเชียว ผมยังเหลือเวลาอีกเท่าไร ผมจะมีโอกาสดีๆอย่างนี้อีกไหม โอกาสดีเหมือนโมงยามนี้ เหมือนวินาทีนี้ เธอไม่ได้อยู่ใกล้แค่เพียงเอื้อมมืออย่างนี้บ่อยๆนะเบลล่าหันมาเผชิญหน้ากับผมที่หน้าประตูโรงยิม เธอทำตาโตเมื่อเห็นสีหน้าของผม เธอไม่ได้พูดอะไร ผมมองดูเงาของตัวเองที่สะท้อนอยู่ในแววตาเธอและมองเห็นความขัดแย้งกำลังต่อสู้กันในแววตาของผมเอง ผมมองเห็นใบหน้าตัวเองเปลี่ยนไปเมื่อฝ่ายธรรมะในตัวผมต้องพ่ายแพ้มือของผมยกขึ้นโดยไม่ได้รับคำสั่งจากสติสัมปชัญญะ นิ้วมือของผมลูบไล้ไปตามผิวหนังที่ห่อหุ้มกระดูกโหนกแก้มของเธออย่างแผ่วเบาราวกับเธอทำด้วยกระจกที่บางที่สุด ราวกับเธอเป็นฟองสบู่เปราะบาง ผิวหนังเธอร้อนผ่าวอยู่ใต้สัมผัสของผม ผมสามารถสัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นตุบอยู่ภายใต้ผิวหนังขาวใสของเธอพอแล้ว ผมสั่งตัวเอง ถึงแม้ว่ามือผมจะอยากขยับไปสัมผัสที่ข้างแก้มของเธอ พอแล้วมันยากเย็นแสนเข็ญนักกับการจะดึงมือตัวเองกลับมา และห้ามตัวเองไม่ให้ขยับเข้าไปใกล้เธอยิ่งขึ้นไปอีก รูปแบบที่ผมจะสัมผัสเธอได้นับพันๆแบบแล่นผ่านเข้าไปในจิตใจผมในช่วงเวลาแค่เพียงอึดใจ ปลายนิ้วเลื่อนไล้ไปบนริมฝีปาก ฝ่ามือเชยคางเธอขึ้นมา แขนโอบรอบเอวเธอแล้วกระชับตัวเธอให้แนบไปกับลำตัวผมพอแล้วผมบังคับตัวเองให้หันหลังเดินจากมา ร่างกายของผมเคลื่อนไหวอย่างแข็งขืนเหมือนไม่เต็มใจผมปล่อยให้ใจของตัวเองอ้อยอิ่งอยู่ด้านหลังเพื่อคอยตามดูเธอหลังจากผมเดินจากมาอย่างรวดเร็วจนแทบจะกลายเป็นวิ่งเพื่อหนีให้พ้นจากสิ่งล่อใจ ผมจับความคิดของไมค์ซึ่งดังที่สุดได้ก่อน ขณะที่เขากำลังมองเบลล่าเดินเหม่อลอยผ่านเขาไป ดวงตาเธอเลื่อนลอยและแก้มเรื่อเป็นสีแดง เขาทำหน้าถมึงทึงแล้วจู่ๆชื่อผมก็ไปผสมเข้ากับคำก่นด่าสาปแช่งต่างๆนานาในหัวของเขา ผมอดที่จะยิ้มกว้างออกมาไม่ได้ผมรู้สึกจี๊ดๆที่มือเหมือนมีหนามตำ ผมสะบัดมือแล้วกำหมัดแต่มันก็ยังคงจี๊ดๆอยู่เหมือนเดิมไม่ ผมไม่ได้ทำร้ายเธอ แต่การสัมผัสเธอก็ยังคงเป็นความผิดพลาดอยู่นั่นเองผมรู้สึกเหมือนมีไฟซึ่งเหมือนกับไฟที่เคยเผาผลาญลำคอของผมกำลังแผดเผาไปทั่วทั้งร่างกายครั้งต่อไปที่ผมต้องอยู่ใกล้เธอ ผมจะสามารถหยุดตัวเองไว้ไม่ให้สัมผัสเธอได้หรือเปล่า แล้วถ้าผมเกิดสัมผัสเธอเข้า ผมจะหยุดมันไว้ได้ไหมจะต้องไม่ผิดพลาดอีกแล้ว แค่นั้นก็พอแล้ว จดจำมันเอาไว้ เอ็ดเวิร์ด ผมบอกตัวเองอย่างเคร่งขรึม แล้วเก็บมือเอาไว้กับตัวเอง ถ้าไม่ทำอย่างนั้น ผมก็จะต้องบังคับตัวเองให้ต้องจากไป ผมยอมให้ตัวเองอยู่ใกล้เธอไม่ได้ ถ้าผมยังยืนยันที่จะทำผิดอีกผมสูดลมหายใจลึกๆแล้วพยายามจัดความคิดให้เข้าที่เข้าทางเอ็มเมทท์ตามผมมาทันเมื่อผมอยู่ด้านนอกตึกภาษาอังกฤษไง เอ็ดเวิร์ด เขาดูดีขึ้นนะ ออกจะประหลาดแต่ก็ดีขึ้น ดูมีความสุขเลยล่ะไง เอ็ม ผมดูมีความสุขเหรอ ผมคิดว่าเป็นอย่างนั้นนะ ถึงแม้ในหัวผมจะยังวุ่นวาย แต่ผมก็รู้สึกว่ามีความสุขไอ้เรื่องที่นายไม่ยอมบอกน่ะ โรซาลีอยากจะเลาะเอาลิ้นนายออกมาแทบแย่แล้วผมถอนใจ ขอโทษนะที่ต้องให้นายมารับมือกับเรื่องนี้ นายโกรธฉันรึเปล่าม่ายหรอก เดี๋ยวโรสก็ทำใจได้เองแหละ ยังไงมันก็ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว เหมือนภาพนิมิตของอลิซนั่นล่ะเรื่องภาพนิมิตของอลิซไม่ใช่เรื่องที่ผมอยากจะคิดตอนนี้เลย ผมมองไปข้างหน้า กัดฟันแน่นขณะที่ผมกำลังมองหาเรื่องที่จะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจอยู่ ผมก็เหลือบไปเห็นเบน เชนนี่กำลังเดินเข้าห้องเรียนภาษาสเปนอยู่ข้างหน้าเรา อา...โอกาสที่จะมอบของขวัญให้กับแองเจล่า เวเบอร์มาถึงแล้วผมหยุดเดินแล้วดึงแขนเอ็มเมทท์ไว้ รอเดี๋ยวมีอะไรเหรอฉันรู้ว่าฉันไม่ควรขอ แต่นายช่วยอะไรฉันอย่างหนึ่งได้ไหมอะไรล่ะ เขาถามด้วยความสงสัยผมกลั้นหายใจ แล้วพูดด้วยความเร็วเกินกว่าหูมนุษย์จะฟังรู้เรื่องไม่ว่ามันจะดังแค่ไหนก็ตาม ผมอธิบายให้เขาฟังเขาจ้องหน้าผมด้วยสีหน้าว่างเปล่าเมื่อผมเล่าจบ ความคิดของเขาก็ว่างเปล่าพอๆกันแล้วตกลง ผมกระตุ้น นายจะช่วยฉันรึเปล่าเขาใช้เวลาเป็นนาทีกว่าจะตอบ ว่าแต่ ทำไมฉันต้องช่วยล่ะไม่เอาน่า เอ็มเมทท์ แล้วทำไมนายถึงจะไม่ช่วยล่ะนี่นายเป็นใครกันแน่ แล้วนายทำอะไรกับน้องชายฉันนายเองไม่ใช่เหรอที่เป็นคนบ่นว่าโรงเรียนนี้น่าเบื่อจะตาย นี่จะช่วยทำให้มันดีขึ้นสักหน่อยไงล่ะ คิดว่ามันเป็นการทดลองก็ได้ ทดลองเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์น่ะ

เขาจ้องผมอยู่อีกพักหนึ่งถึงจะตอบ ก็ใช่ มันก็ดีขึ้น นายพูดถูกเรื่องนั้น โอเค ได้ เอ็มเมทท์ทำจมูกฟึดฟัดแล้วยักไหล่ ฉันจะช่วยนาย

ผมยิ้มกว้างให้เขา รู้สึกกระตือรือร้นกับแผนการของตัวเองขึ้นอีกเยอะเมื่อมีเขามาร่วมด้วย โรซาลีคงโกรธแน่ แต่ยังไงผมก็เป็นหนี้เธอที่เธอพาเอ็มเมทท์มา ไม่มีใครจะมีพี่ชายที่ดีกว่าผมอีกแล้วเอ็มเมทท์ไม่จำเป็นต้องซ้อมเลย ผมกระซิบบทให้เขาฟังครั้งเดียวขณะที่เราเดินเข้าไปในห้องเรียนเบนนั่งที่แล้ว อยู่ด้านหลังที่นั่งของผม กำลังเตรียมตัวจะส่งการบ้าน ผมกับเอ็มเมทท์ก็นั่งลงแล้วเตรียมจะส่งการบ้านเช่นกัน ตอนนี้ห้องเรียนยังไม่เงียบ เสียงคุยกันหึ่งๆยังคงดังต่อไปเรื่อยๆจนกว่าอาจารย์กอฟฟ์จะเรียกรวม แต่เธอก็ไม่รีบร้อน เพราะยังคงตรวจข้อสอบของชั้นเรียนที่แล้วอยู่ตกลง เอ็มเมทท์พูดเสียงดังเกินความจำเป็น ถ้าหากว่าเขาต้องการพูดกับผมคนเดียวจริงๆ นายได้ชวนแองเจล่าไปเที่ยวรึเปล่าเสียงกระดาษกรอบแกรบด้านหลังผมหยุดลงอย่างฉับพลันทันทีเมื่อเบนนั่งตัวแข็ง ความสนใจของเขาทำให้เราดำเนินบทสนทนาต่อทันทีแองเจล่าเหรอ นี่พวกเขาพูดถึงแองเจล่าอยู่เหรอดีมาก ผมเรียกความสนใจเขาได้แล้วเปล่า ผมพูด ส่ายหัวช้าๆเหมือนกำลังเสียใจอ้าว ทำไมล่ะ เอ็มเมทท์ถามสดๆทันที นายปอดแหกเหรอผมทำหน้าบึ้งใส่เขา เปล่า แต่ฉันได้ยินมาว่าเธอชอบคนอื่นอยู่แล้วเอ็ดเวิร์ด คัลเลนกำลังจะขอแองเจล่าเที่ยวเหรอ แต่ว่า...ไม่นะ ฉันไม่ชอบแน่ ฉันไม่ยอมให้เขามาป้วนเปี้ยนใกล้ๆเธอหรอก เขาไม่เหมาะสมกับเธอเลย ไม่...เอ่อ...ไม่ปลอดภัยผมไม่ได้หวังว่าจะได้เห็นความเป็นสุภาพบุรุษ หรือสัญชาตญาณการปกป้อง ที่ผมทำก็เพื่อให้เขาหึง แต่ก็ช่างเถอะ อะไรก็ได้ ขอให้ได้ผลเถอะแล้วนายก็จะยอมหยุดงั้นเหรอ เอ็มเมทท์ถามอย่างดูถูก สดๆอีกเหมือนกัน จะไม่ลองแข่งกับเขาหน่อยเหรอผมจ้องหน้าเขา แต่ก็ใช้คำพูดของเขาให้เป็นประโยชน์ ฟังนะ ฉันว่าเธอชอบใครสักคนที่ชื่อเบนน่ะ แล้วฉันก็ไม่อยากไปคอยง้อเธอด้วย มีสาวๆอีกตั้งเยอะเกิดความตื่นเต้นขึ้นทันทีตรงเก้าอี้ด้านหลังผมใครนะ เอ็มเมทท์ถาม กลับมาพูดตามบทอีกครั้งคู่หูแล็บของฉันบอกว่าเขานามสกุลเชนนี่น่ะ ฉันไม่แน่ใจว่าฉันรู้จักหรือเปล่าผมกลั้นยิ้มไว้ มีแต่คัลเลนจอมหยิ่งเท่านั้นล่ะที่จะแสร้งทำเป็นไม่รู้จักนักเรียนทุกคนในโรงเรียนเล็กๆนี้ได้เบนหัวหมุนด้วยความตกตะลึง ฉันเหรอ ชนะเอ็ดเวิร์ด คัลเลนเนี่ยนะ แล้วทำไมเธอชอบฉันล่ะเอ็ดเวิร์ด เอ็มเมทท์พูดอู้อี้เบาๆแล้วกลอกตาไปทางเด็กหนุ่มคนนั้น เขานั่งอยู่หลังนายนั่นไง เขาทำปากเป็นคำที่แน่ใจว่ามนุษย์จะอ่านออกอย่างง่ายดาย อ้าวเหรอ ผมพึมพำตอบไปผมหันไปเหลือบมองเด็กหนุ่มด้านหลังผม ดวงตาสีดำด้านหลังแว่นปรากฏแววหวาดกลัวอยู่ชั่ววินาทีหนึ่ง แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นแข็งทื่อ แล้วเขาก็ยืดไหล่ขึ้นเมื่อผมสบประมาทเขาด้วยถ้อยคำเหยียดหยาม เขาทำคางเชิดขณะที่ความโกรธทำให้ผิวสีน้ำตาลทองของเขาเข้มขึ้นไปอีกเฮอะ ผมพูดอย่างหยิ่งยโสขณะที่หันกลับมาหาเอ็มเมทท์ เขาคิดว่าเขาดีกว่าฉัน แต่แองเจล่าไม่ได้คิดอย่างนั้น ฉันจะพิสูจน์ให้เขาดูสมบูรณ์แบบนายบอกไม่ใช่เหรอ ว่าเธอจะชวนยอร์คกี้ไปงานเต้นรำน่ะ เอ็มเมทท์ถาม ทำจมูกฟึดฟัดขณะที่พูดชื่อของเด็กหนุ่มที่ใครๆก็ดูถูกว่าเชื่องช้างุ่มง่าม นั่นเขาตัดสินใจกันเป็นกลุ่มชัดๆ ผมต้องการจะแน่ใจว่าเบนรู้เรื่องนี้ แองเจล่าน่ะขี้อาย ถ้าบะ-เอ้อ...ถ้าไม่มีหนุ่มคนไหนกล้าไปชวน เธอก็ไม่มีวันชวนเขาหรอกนายชอบสาวขี้อายเหรอ เอ็มเมทท์ถาม กลับไปนอกบทอีกแล้ว สาวเงียบๆ เหมือนอย่าง...อืม...ไม่รู้สิ เบลล่า สวอนล่ะมั้งผมยิ้มกว้างให้เขา ถูกต้องที่สุด แล้วผมก็กลับมาแสดงละครอีกครั้ง บางทีแองเจล่าอาจจะเบื่อที่ต้องรอแล้วก็ได้ บางทีฉันน่าจะชวนเธอไปงานพรอมนะไม่ได้นะ เบนคิด ลุกนั่งอยู่ที่เก้าอี้ของเขา แล้วถ้าเธอสูงกว่าฉันเยอะล่ะ แต่ถ้าเธอไม่แคร์เหมือนที่ฉันไม่แคร์ล่ะ เธอน่ารักที่สุด ฉลาดที่สุด สวยที่สุดในโรงเรียนนี้เลย และเธอก็ต้องการฉันผมชอบเบนคนนี้นะ เขาดูเป็นคนฉลาดและจิตใจดี บางทีเขาคงจะเหมาะสมกับสาวน้อยอย่างแองเจล่านะผมยกนิ้วโป้งให้เอ็มเมทท์ที่ใต้โต๊ะขณะที่อาจารย์กอฟฟ์ทักทายชั้นเรียนโอเค ฉันยอมรับก็ได้ มันก็...สนุกดีนะ เอ็มเมทท์คิดผมยิ้มให้กับตัวเอง พอใจที่ได้สร้างสรรค์เรื่องรักที่จบลงอย่างมีความสุข ผมคิดในแง่ดีว่า เบนคงจะเดินตามแผนของเราต่อไป และแองเจล่าจะได้รับของขวัญจากชายนิรนาม แล้วผมก็ได้ชำระหนี้เรียบร้อยแล้วทำไมมนุษย์ช่างงี่เง่าอย่างนี้นะ ยอมให้ความสูงหกนิ้วมาเป็นอุปสรรคความสุขของตัวเองได้ความสำเร็จนี้ทำให้ผมอารมณ์ดีมาก ผมยิ้มอีกครั้งเมื่อนั่งเข้าที่เรียบร้อยและเตรียมตัวรับความบันเทิง อย่างที่ เบลล่าบอก ผมไม่เคยเห็นเธอเรียนพละมาก่อนความคิดของไมค์จับง่ายที่สุดท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่ไปทั่วโรงยิมอย่างนี้ ผมคุ้นกับจิตใจของเขามากในช่วงสองสามอาทิตย์หลัง ผมถอนใจ ในที่สุดผมก็ต้องยอมใช้ความคิดของเขา อย่างน้อยผมก็แน่ใจได้ว่าเขาสนใจเบลล่าแน่นอนผมเข้าไปถึงพอดีที่จะได้ยินเขาเสนอตัวเป็นคู่หูเล่นแบดมินตันกับเธอ รอยยิ้มของผมจางหายไป ผมกัดฟันแน่น และต้องคอยเตือนตัวเองอยู่ตลอดว่าการฆาตกรรมไมค์ นิวตันไม่ใช่เรื่องที่จะยอมรับได้ขอบใจนะไมค์ เธอไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้ก็ได้ไม่ต้องห่วง ผมจะอยู่ห่างๆคุณไว้พวกเขายิ้มกว้างให้กัน แล้วภาพอุบัติเหตุต่างๆนาๆก็ผ่านวูบเข้ามาในหัวไมค์ ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องมีเบลล่าเข้าไปเกี่ยว ตอนแรกไมค์เล่นอยู่คนเดียวขณะที่เบลล่ายืนลังเลอยู่ด้านหลังคอร์ท มือถือแร็คเก็ตไว้อย่างระมัดระวังเหมือนกับว่ามันเป็นอาวุธอย่างหนึ่ง จนกระทั่งอาจารย์แคลปป์ผ่านมาแล้วสั่งไมค์ว่าให้ปล่อยให้เบลล่าเล่นบ้างโอ๊ะ โอ ไมค์คิดเมื่อเบลล่าเคลื่อนไปข้างหน้าพร้อมกับถอนหายใจโดยถือแร็คเก็ตไว้ด้วยท่าทางงุ่มง่ามที่สุดเจนนิเฟอร์ ฟอร์ด เสิร์ฟลูกขนไก่ตรงมาที่เบลล่าอย่างร่าเริง ไมค์เห็นเบลล่าเดินโซเซเข้าไปหามันแล้วแกว่ง    แร็คเก็ตห่างจากเป้าหมายไปหลายหลา เขาจึงก็พุ่งเข้าไปเพื่อจะรับลูกให้ทัน ผมมองวิถีโคจรของแร็คเก็ตของเบลล่าด้วยความกลัว แน่เสียยิ่งกว่าแน่ มันฟาดเข้าไปโดนเน็ตที่ขึงตึงแล้วกระเด็นกลับมาโดนหน้าผากเธอ ก่อนที่จะหมุนเหวี่ยงออกไปฟาดเข้าที่แขนของไมค์เสียงดังโครมใหญ่โอ๊ย แขนฉันต้องช้ำหมดแน่เบลล่านวดหน้าผากตัวเอง มันยากเย็นอย่างยิ่งที่จะนั่งอยู่กับเก้าอี้อย่างนี้ในขณะที่เธอบาดเจ็บ แต่ผมจะทำอะไรได้ล่ะ ถึงผมจะไปที่นั่นก็เถอะ และดูเหมือนเธอก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก ผมลังเลแต่ก็ยังคงเฝ้ามองต่อไป ถ้าเธอยังตั้งใจจะเล่นต่อ ผมคงต้องหาข้ออ้างอะไรสักอย่างไปดึงเธอออกมาจากห้องเรียนแน่อาจารย์แคลปป์หัวเราะใหญ่ ขอโทษเถอะนะ นิวตัน แต่แม่สาวนั่นน่ะเป็นตัวซวยที่สุดที่ฉันเคยเจอมาเลย อย่าปล่อยให้เธอไปทำใครเดือดร้อนล่ะ แล้วเขาก็เดินจากไปอย่างเฉยเมยเพื่อไปดูเกมอื่นๆ ดังนั้นเบลล่าจึงสามารถสวมบทเป็นผู้ชมได้เหมือนเดิมโอ๊ย ไมค์คิดอีกพลางนวดแขนไปด้วย เขาหันไปทางเบลล่า คุณเป็นอะไรหรือเปล่าไม่เป็นไร แล้วคุณล่ะ เธอถามอายๆ หน้าแดงเรื่อผมว่าเดี๋ยวก็หาย ฉันไม่อยากเป็นเด็กขี้แยหรอก แต่ว่า มันก็เจ็บนะเนี่ยไมค์แกว่งแขนเป็นวงกลมแล้วทำหน้าเบ้ฉันจะอยู่ข้างหลังนี่แหละ เบลล่าบอกด้วยสีหน้ากระดากอายมากกว่าเจ็บปวด บางทีไมค์อาจจะซวยที่สุด และผมก็หวังให้เป็นอย่างนั้น อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้เล่นต่อแล้ว เธอถือแร็คเก็ตอย่างระมัดระวังไว้ด้านหลังเธอ ดวงตาเธอเบิกกว้างด้วยความสำนึกผิด ผมต้องเสทำเป็นไอเพื่อกลบเกลื่อนเสียงหัวเราะของตัวเองตลกอะไรนักหนา เอ็มเมทท์อยากจะรู้เดี๋ยวค่อยบอก ผมพูดงึมงำเบลล่าไม่กล้าเสี่ยงเข้าไปเล่นอีกเลย และอาจารย์ก็ไม่สนใจเธอโดยปล่อยให้ไมค์เล่นไปคนเดียวผมทำข้อสอบท้ายชั่วโมงเสร็จอย่างรวดเร็ว อาจารย์กอฟฟ์จึงปล่อยผมออกมาก่อนเวลา ผมคอยฟังไมค์อย่างตั้งใจตลอดทางที่ผมเดินข้ามโรงเรียนมา เขาตัดสินใจคุยกับเบลล่าเรื่องผมเจสสิก้าสาบานได้เลยว่าพวกเขากำลังคบกันอยู่ ทำไมนะ ทำไมมันจะต้องมาเลือกเธอด้วยเขายังไม่เข้าใจเหตุการณ์จริงๆเลยว่า ที่แท้แล้ว เธอต่างหากที่เลือกผมตกลง...ตกลงอะไร เธอสงสัยคุณกับคัลเลนไง คุณกับไอ้ตัวประหลาดนั่น ผมเดาว่าไอ้คนรวยนั่นคงสำคัญกับคุณมากสิท่าผมกัดฟันให้กับสมมติฐานต่ำๆของเขามันไม่ใช่กงการอะไรของคุณเลยนะไมค์ปกป้องมันใหญ่เชียวนะ งั้นก็จริงน่ะสิ ทุเรศ ผมไม่ชอบเลยคุณก็ไม่จำเป็นต้องชอบนี่ เธอตะคอกเธอไม่เห็นหรือไงนะว่ามันน่ะยังกับพวกสัตว์ตามละครสัตว์ พวกมันทั้งหมดนั่นล่ะ แล้วเวลามันมองเธอนะ ฉันยังกลัวจนไม่กล้ามองเลย ก็เขามองคุณ...ยังกับคุณเป็นของกินผมถึงกับต้องหดตัวรอคำตอบของเธอหน้าเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ เธอเม้มปากแน่นเหมือนกำลังกลั้นหายใจ แล้วจู่ๆเธอก็หัวเราะคิกคักออกมาไงล่ะ เธอหัวเราะเยาะฉันแล้ว เยี่ยมไมค์หันหลัง สีหน้าบึ้งตึง แล้วเดินจากไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

 

ผมยืนพิงกำแพงโรงยิม พยายามจัดท่าทางให้ดี เธอหัวเราะเยาะคำกล่าวหาของไมค์ได้ยังไง มันตรงจุดเสียจนผมระแวงว่าคนทั้งฟอร์คจะระวังตัวกันหมดแล้ว ทำไมเธอถึงหัวเราะให้กับคำเตือนที่ว่าผมอาจจะฆ่าเธอ ในเมื่อเธอก็รู้อยู่แล้วว่ามันเป็นความจริงทั้งหมด มันน่าขำที่ตรงไหนเธอเป็นอะไรหรือเปล่าอารมณ์ขันของเธอผิดปกติไปหรือเปล่า นั่นมันไม่ตรงกับที่ผมเคยคิดเกี่ยวกับบุคลิกภาพของเธอเอาไว้เลยนะ แต่ผมจะแน่ใจได้อย่างไรว่าผมคิดถูก หรือว่าฝันกลางวันของผมเกี่ยวกับเทวดาจอมสะเพร่าจะเป็นจริงอยู่บ้างเหมือนกัน จริงตรงที่เธอไม่มีความกลัวใดๆทั้งสิ้น กล้าหาญ-นี่เป็นคำเดียวที่พอจะอธิบายได้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามการขาดความกลัวและอารมณ์ขันที่กลับตาลปัตรของเธอไม่ดีแน่ อาการขาดความกลัวนี่หรือเปล่าที่ทำให้เธอเจอแต่เรื่องอันตรายอยู่เรื่อยๆ บางทีเธอคงต้องการให้ผมอยู่ที่นี่จู่ๆอารมณ์ของผมก็ดีขึ้นอย่างฉับพลันผมแค่ต้องมีวินัยในตนเอง ถือหลักความปลอดภัยไว้เสมอ บางที่มันอาจจะถูกที่ผมควรอยู่กับเธอเมื่อเธอเดินออกมาจากโรงยิม ไหล่เธอห่อและกำลังกัดริมฝีปากเป็นเครื่องหมายว่าเธอกำลังเครียด แต่ทันทีที่เธอหันมาเห็นผม ไหล่เธอก็คลายออกทันที พร้อมกับยิ้มกว้างที่คลี่ประดับบนใบหน้าเธอ เป็นสีหน้าที่ดูสุขสงบอย่างประหลาด เธอเดินมาเคียงข้างผมทันทีอย่างไม่ลังเล และหยุดก็ต่อเมื่อรู้สึกว่าเราอยู่ใกล้กันเกินไป จนกระทั่งความร้อนจากร่างกายเธอกระทบเข้ากับตัวผมเหมือนคลื่นกระทบฝั่งไง เธอพูดเสียงแผ่วความสุขในห้วงเวลานี้ช่างไม่มีอะไรมาเทียบ อีกครั้งหนึ่งแล้วหวัดดี ผมพูด และในเมื่ออารมณ์ผมดีขนาดนี้ ผมจึงอดไม่ได้ที่จะแหย่เธอเล่น พละเป็นไงบ้างรอยยิ้มของเธอจางไป ก็ดีค่ะเธอโกหกไม่แนบเนียนเลยจริงเหรอ ผมถาม พยายามจะให้เธอเล่าเรื่องนั้น ผมยังเป็นห่วงอยู่เลยว่าหัวของเธอจะเจ็บมาหรือเปล่า แต่เสียงความคิดของไมค์ก็ดังแทรกเข้ามาเสียก่อนฉันเกลียดมัน มันน่าจะไปตายซะเลย หวังว่ามันจะขับรถตกเหวไปเลยนะ ทำไมมันไม่ปล่อยเธอไปแล้วไปอยู่กับไอ้พวกตัวประหลาดพวกเดียวกันวะอะไรน่ะ เบลล่าถามตาผมกลับมาจับจ้องที่เบลล่าอีกครั้ง เธอมองตามหลังไมค์ที่กำลังเดินจากไป แล้วกลับมามองที่ผมอีกครั้งนิวตันกำลังทำให้ผมประสาท ผมยอมรับปากเธอเผยอออก แล้วรอยยิ้มก็จางหายไป เธอคงลืมไปแล้วว่าผมสามารถที่จะมองเห็นหายนะของเธอได้เมื่อชั่วโมงก่อน หรือเธอหวังว่าผมคงจะไม่ใช้มันคุณคงไม่ได้แอบฟังอีกนะหัวคุณเป็นยังไงบ้างคุณนี่เหลือเชื่อจริงๆ เธอกัดฟันพูด แล้วหันหลังให้ผม แล้วเดินย่ำเท้าอย่างโกรธๆไปที่ลานจอดรถ ผิวเธอเรื่อเป็นสีแดงจัด เธอกำลังอายผมเดินตามเธอไปหวังว่าความโกรธของเธอคงจะหายไปในไม่ช้า ปกติแล้วเธอจะยกโทษให้ผมอย่างรวดเร็วเสมอ  คุณเป็นคนบอกเองว่าผมไม่เคยเห็นคุณตอนเล่นพละ ผมอธิบาย ผมก็เลยอยากรู้เธอไม่ตอบ คิ้วยังคงผูกเข้าหากันจู่ๆเธอก็หยุดเดินเมื่อเราเข้ามาในลานจอดรถ เธอมองเห็นว่าทางที่จะเดินไปรถของผมนั้นมีนักเรียนชายอยู่เต็มไปหมดสงสัยจริง มันจะเร็วขนาดไหนเนี่ยดูชิฟท์ แพดเดิลของเอสเอ็มจีนั่นสิ ฉันเคยเห็นแต่ในนิตยสารเท่านั้นเองไซด์ กริลล์นั่นสวยจริงๆฉันอยากจะมีเงินสักหกหมื่นดอลลาร์จริงๆเลยนี่เป็นเหตุผลที่ชัดเจนว่าทำไมโรซาลีจึงควรใช้รถของเธอเฉพาะเวลาอยู่นอกเมืองเท่านั้นผมเดินฝ่าฝูงชนที่เต็มไปด้วยความกระหายอยากเข้าไปที่รถของผม หลังจากลังเลอยู่วินาทีหนึ่งเบลล่าจึงเดินตามมาขี้โอ่ไหมล่ะ ผมพึมพำขณะที่เธอกำลังขึ้นรถมันเป็นรถอะไรน่ะ เธอสงสัยเอ็มทรีเธอขมวดคิ้ว ฉันไม่ได้พูดจาประสาคนเล่นรถอยู่นะคะบีเอ็มดับเบิ้ลยูน่ะ ผมกลอกตา แล้วมองกระจกส่องหลัง ระวังไม่ให้ถอยรถไปเหยียบใครเข้า ผมถึงกับต้องถลึงตามองเด็กผู้ชายสองสามคนที่ท่าทางไม่เต็มใจจะหลีกทางให้ผมถอยรถ แค่ครึ่งวินาทีที่สบตาผมพวกเขาก็รู้แล้วว่าควรจะทำตัวอย่างไรคุณยังโกรธอยู่หรือเปล่า ผมถามเธอ รอยขมวดคิ้วของเธอค่อยคลายลงบ้างแน่นอน เธอตอบห้วนๆผมถอนใจ บางทีผมคงไม่ควรพูดมันขึ้นมาเลย นึกออกแล้ว ผมน่าจะแก้ตัวได้นะ จะยกโทษให้ผมไหม ถ้าผมขอโทษเธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง บางที ถ้าคุณหมายความอย่างนั้นจริงๆ เธอตัดสินใจ และถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่ทำอีกผมจะไม่โกหกเธอ แต่ไม่มีทางที่ผมจะรับปากเรื่องนั้นได้ บางทีผมน่าจะลองยื่นข้อเสนออื่นให้เธอดูนะถ้าเกิดผมหมายความอย่างนั้นจริงๆ และถ้าผมยอมให้คุณเป็นคนขับรถวันเสาร์ล่ะรอยย่นกลับมาประจำที่หว่างตาเธออีกครั้งขณะที่เธอกำลังพิจารณาข้อเสนอใหม่นี้ ตกลง เธอบอกหลังจากคิดอยู่ชั่วครู่หนึ่งตอนนี้ ตอนที่ผมจะขอโทษเธอนี่ล่ะ ผมไม่เคยสะกดเบลล่าโดยเจตนามาก่อนเลย แต่ตอนนี้ดูเหมือนเป็นโอกาสดีที่จะทำแล้ว ผมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอขณะที่ขับรถออกมาจากโรงเรียนสงสัยว่าผมจะทำมันได้หรือเปล่า แล้วผมจึงพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนที่สุดงั้นผมขอโทษจริงๆครับที่ทำให้คุณโกรธหัวใจของเธอเต้นดังราวกับฟ้าร้อง ดังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ และไม่เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ดวงตาเธอเบิกกว้างเหมือนกำลังตกตะลึงผมอมยิ้ม ดูเหมือนผมจะทำสำเร็จแล้ว แน่นอน ผมก็ประสบปัญหากับการถอนสายตาไปจากเธอเหมือนกัน ถูกสะกดด้วยกันทั้งคู่ ดีนะที่ผมจำถนนเส้นนี้ได้หมดแล้วแล้วผมจะไปถึงหน้าบ้านคุณวันเสาร์ตั้งแต่เช้าเลย ผมเสริม เป็นการปิดข้อตกลงของเราเธอกระพริบตาเร็วๆ ส่ายหัวเหมือนจะไล่อะไรๆออกไปให้หมด อืม...เธอพูด แต่ชาร์ลีก็ต้องสงสัยอยู่ดีถ้ามีรถวอลโว่ไม่ระบุเจ้าของมาจอดทิ้งไว้ตรงทางเข้าบ้านโธ่เอ๊ย เธอไม่รู้จักผมเลยหรือไงเนี่ย ผมไม่คิดจะเอารถมาอยู่แล้วอ้าว แล้ว- เธอมองหน้าผมเหมือนจะถาม ผมพูดแทรกเธอขึ้นมา มันยากที่จะตอบคำถามนี้ได้โดยไม่ต้องสาธิตให้เธอดู แต่ตอนนี้ไม่ใช้เวลาที่เหมาะสมเลย ไม่ต้องห่วงหรอก ผมจะไปที่นั่นและไม่เอารถไปเธอเอียงหัวไปด้านหนึ่ง แล้วมองดูผมเหมือนจะเค้นคำตอบออกมาให้ได้ แต่แล้วเธอก็เปลี่ยนใจตอนนี้ ทีหลังแล้วหรือยัง เธอถาม เตือนให้ผมนึกถึงเรื่องที่เราคุยค้างกันไว้วันนี้ตอนอยู่ที่โรงอาหาร เธอถามคำถามยากๆข้อหนึ่งซึ่งคำตอบของมันจะทำให้เกิดปัญหาใหม่ที่ไม่น่าอภิรมย์ยิ่งกว่าเดิมผมคิดว่าคงทีหลังแล้ว ผมเห็นด้วยอย่างไม่เต็มใจผมจอดรถตรงหน้าบ้านเธอ พยายามคิดว่าผมจะอธิบายอย่างไรดีโดยไม่เปิดเผยสัญชาตญาณนักล่าออกมามากเกินไป และไม่ทำให้เธอกลัวขึ้นมาอีกเธอรอด้วยความสนใจอย่างสุภาพเหมือนกับหน้ากากที่เธอใส่เมื่อกลางวัน ถ้าผมไม่ได้เครียดขนาดนี้ ผมคงหัวเราะไปกับท่าทางสงบอย่างประหลาดของเธอแล้วคุณยังอยากรู้ว่าทำไมคุณถึงเห็นผมล่าสัตว์ไม่ได้หรือ ผมถามเอ่อ...จริงๆแล้วฉันสงสัยปฏิกิริยาของคุณมากกว่า เธอบอกผมทำให้คุณกลัวเหรอ ผมถาม คิดในแง่ดีว่าเธอจะปฏิเสธเปล่าผมพยายามกลั้นยิ้มไว้ แต่ก็ไม่สำเร็จ ผมขอโทษที่ทำให้คุณกลัว แล้วรอยยิ้มก็จางหายไปพร้อมกับความตลกขบขัน พอคิดว่าคุณอยู่ที่นั่น ตอนที่พวกเราล่าสัตว์ มันจะแย่มากเลยเหรอแค่ภาพนิมิตก็มากเกินพอแล้ว เบลล่าผู้เปราะบางท่ามกลางความมืดสนิท ส่วนตัวผมก็อยู่เหนือการควบคุมของตัวเอง ผมพยายามจะกำจัดมันออกไปจากใจ ที่สุดเลยผมสูดลมหายใจลึกๆ ตั้งสมาธิให้อยู่กับความกระหายที่แผดเผาอยู่ พยายามรู้สึกถึงมัน ควบคุมมัน พิสูจน์ให้ได้ว่าตัวผมเองอยู่เหนือมัน มันไม่มีทางควบคุมผมได้อีกต่อไปแล้ว ผมปรารถนาอยากให้มันเป็นจริง ผมจะได้ปลอดภัยสำหรับเธอ ผมจ้องไปที่ก้อนเมฆ แต่ไม่ได้มองเห็นมันเลย ผมหวังว่าผมจะสามารถเชื่อได้ว่าความตั้งใจของผมจะทำให้เกิดความแตกต่างถ้าผมเกิดได้กลิ่นเธอขณะกำลังล่าเหยื่ออยู่เวลาที่พวกเราออกล่า เราจะปล่อยให้ประสาทสัมผัสควบคุม ผมบอกเธอ คิดไตร่ตรองแต่ละคำก่อนที่จะพูดออกมา สมองจะมีอำนาจสั่งการน้อยลง โดยเฉพาะประสาทสัมผัสรับกลิ่นของเรา ถ้าคุณเกิดมาอยู่ใกล้ๆตอนที่ผมควบคุมตัวเองไม่ได้แบบนั้น...ผมส่ายหัวด้วยความเจ็บปวดให้กับความคิดที่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนต่อจากนั้น มันคืออะไรที่จะเกิด ไม่ใช่อะไรที่ควรเกิดผมฟังเสียงหัวใจเธอเต้นโครมคราม แล้วหันไปอย่างกระสับกระส่ายเพื่ออ่านแววตาของเธอสีหน้าของเบลล่านิ่งสงบ แววตาเศร้าสร้อย ปากเธอยื่นออกมานิดหน่อย ซึ่งผมเดาว่าคงเป็นเพราะความกังวล แต่กังวลเรื่องอะไรล่ะ ความปลอดภัยของเธองั้นหรือ หรือความเจ็บปวดของผม ผมยังคงมองเธอต่อไปพยายามแปลความหมายจากท่าทางอันกำกวมของเธอให้ออกมาเป็นข้อเท็จจริงเธอมองตอบผม ดวงตาเธอเบิกกว้างหลังจากนั้นพักหนึ่ง ม่านตาขยายทั้งที่แสงก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปลมหายใจของผมถี่กระชั้นขึ้น จู่ๆความเงียบก็ปกคลุมภายในรถเหมือนที่เคยเป็นในห้องที่มืดสลัวของชั่วโมงชีววิทยา กระแสไฟฟ้ากลับมาแล่นอยู่ระหว่างเราอีกครั้ง และความปรารถนาที่จะได้สัมผัสเธอยิ่งทวีขึ้นจนรุนแรงเสียยิ่งกว่าความกระหายของผมเสียอีกกระแสไฟฟ้าที่เต้นเป็นจังหวะทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองมีชีพจรขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ร่างกายของผมร้องเพลงไปตามจังหวะนั้น ผมแทบจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นมนุษย์เลยทีเดียว ตอนนี้ผมปรารถนาที่จะสัมผัสความร้อนขณะที่ริมฝีปากของเราทั้งคู่กำลังประกบกันยิ่งกว่าอะไรในโลกทั้งหมด ชั่ววินาทีหนึ่งผมดิ้นรนอย่างสิ้นหวังเพื่อค้นหาความแข็งแกร่งและความสามารถในการควบคุม เพื่อที่ผมจะได้สามารถจ่อริมฝีปากเข้าไปใกล้ๆผิวพรรณของเธอเธอหายใจขาดเป็นห้วงๆ แต่เมื่อผมหายใจถี่กระชั้นขึ้น เธอก็ถึงกับหยุดหายใจไปเลยผมหลับตา พยายามทำลายความเชื่อมโยงระหว่างเราไม่มีการผิดพลาดอีกแล้วการมีตัวตนของเบลล่าผูกติดอยู่กับห่วงโซ่ทางเคมีซึ่งทั้งหมดอาจเสียระบบได้ทุกเมื่อ ทั้งการขยายตัวของปอดอย่างเป็นจังหวะ และการไหลเวียนของออกซิเจนต่างก็หมายถึงความเป็นความตายของเธอ และมีสาเหตุร้อยแปดที่จะทำให้หัวใจอันเปราะบางของเธอหยุดเต้น ทั้งอุบัติเหตุงี่เง่าสารพัด หรืออาจจะเป็นโรคร้าย หรืออาจเป็นเพราะผมไม่มีสมาชิกครอบครัวคนไหนของผมที่จะลังเลหากได้รับข้อเสนอให้กลับไป ข้อเสนอที่ให้เขาหรือเธอสามารถแลกชีวิตอมตะกับชีวิตที่อาจตายได้ของมนุษย์ ไม่ว่าใครก็ตามยินดีที่จะลุยไฟเพื่อให้ได้มันมาเลยทีเดียว ถึงจะต้องเผาตัวเองไปนับสิบปีก็ตามถ้าหากว่ามันจำเป็นพวกเราส่วนมากให้ราคากับชีวิตอมตะเหนือสิ่งอื่นใด มีแม้กระทั่งมนุษย์บางคนที่ปรารถนามันเช่นกัน เขาจะเที่ยวเสาะหาไปทั่วตามสถานที่มืดๆเพื่อค้นหาคนที่จะสามารถให้ของขวัญดำมืดที่สุดนั้นแก่เขาได้แต่ไม่ใช่พวกเรา ไม่ใช่ครอบครัวของผม เรายอมแลกกับอะไรก็ได้ทั้งนั้นเพื่อขอให้ได้เป็นมนุษย์แต่ไม่เคยมีใครในหมู่พวกเราที่โหยหาหนทางจะกลับไปมากเท่ากับผม ผมจ้องมองรอยแตกเล็กจิ๋วและรอยร้าวบนกระจกหน้ารถราวกับว่ามีคำตอบซ่อนอยู่ในนั้น กระแสไฟฟ้ายังไม่จางหายไป และผมต้องคอยตั้งสมาธิให้จดจ่ออยู่แต่ที่มือซึ่งกุมพวงมาลัยไว้มือขวาของผมเริ่มเจ็บจี๊ดๆอีกครั้ง สืบเนื่องมาจากที่ผมสัมผัสเธอเมื่อครั้งก่อนเบลล่า ผมว่าคุณควรเข้าไปข้างในได้แล้วเธอเชื่อฟังทันทีโดยไม่เถียงสักคำ เธอลงจากรถแล้วปิดประตูตามหลัง เธอจะสัมผัสถึงแนวโน้มที่จะเกิดหายนะได้ชัดเจนเหมือนผมหรือเปล่านะเธอเจ็บปวดที่ต้องจากไปเหมือนกับที่ผมเจ็บปวดที่ต้องปล่อยเธอไปหรือไม่ เครื่องบรรเทาทุกข์อย่างเดียวที่ผมมีก็คือการจะได้เจอเธออีกครั้ง เร็วกว่าที่เธอจะได้เจอผม ผมยิ้มเมื่อคิดถึงเรื่องนั้นแล้วจึงไขกระจกลงแล้วเอนตัวไปเพื่อจะพูดกับเธออีกครั้ง ตอนนี้มันปลอดภัยแล้ว เมื่อความร้อนจากร่างกายเธอออกไปพ้นจากรถแล้วเธอหันหลังมาด้วยความสงสัยถึงวันนี้เธอจะถามผมไปหลายเรื่องแล้ว แต่เธอก็ยังสงสัยอยู่ดี ความสงสัยของผมเองนั้นก็ยังไม่ได้รับคำตอบเลยสักอย่างเดียว การตอบคำถามวันนี้มีแต่การเปิดเผยความลับของผม แต่สิ่งที่ผมได้จากเธอมันช่างเล็กน้อยและมีแต่เรื่องที่ต้องคาดเดาเอาเอง ไม่ยุติธรรมเลยอ้อ เบลล่าคะพรุ่งนี้ถึงตาผมนะเธอย่นหน้าผาก ถึงตาคุณเรื่องอะไรถามคำถามไง พรุ่งนี้ เมื่อเราอยู่ในที่ที่ปลอดภัยกว่านี้ ล้อมรอบไปด้วยพยานมากมาย ผมจะขอคำตอบของผม ผมยิ้มกว้างให้กับความคิดนั้น แล้วจึงหันกลับมาเมื่อเห็นว่าเธอไม่มีทีท่าจะเดินไปสักที แม้กระทั่งเธออยู่นอกรถแล้ว เสียงสะท้อนของกระแสไฟฟ้ายังคงดังอยู่ในบรรยากาศ ผมอยากจะก้าวออกไป เดินไปส่งเธอที่หน้าประตูเพื่อเป็นข้ออ้างให้ได้ไปอยู่ข้างๆเธออีกครั้ง ไม่มีการผิดพลาดอีกแล้ว ผมเหยียบคันเร่งแล้วถอนใจเมื่อเห็นร่างเธอลับหายไปจากทางด้านหลัง มันเหมือนกับว่าชีวิตของผม บางทีก็วิ่งเข้าหาเบลล่า บางทีก็วิ่งหนีห่างจากเธอ มันไม่เคยได้อยู่นิ่งๆเลยสักที ผมคงต้องหาทางให้ตัวเองได้อยู่เฉยๆบ้าง หากว่าเราต้องการอยู่กันอย่างสุขสงบ

 

ปล. ขอโทษที่หายไปนานนนะคะ แปลให้จนจบแล้วค่ะ

บทนี้เป็นบทสุดท้ายแล้วนะคะ เพราะเจ๊เมเยอร์

เค้ายังน้อยใจอยู่ ไม่เขียนต่อสักที T^T"

edit @ 9 Jul 2009 19:02:18 by vampires-nice

edit @ 31 Jul 2009 23:23:20 by vampires-nice

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มาอ่านแว้ววววคร๊าๆๆ
แหะๆใครว่าคุณไนซ์หราคร๊า
ไม่เป็นไรค่ะ เค้าเป็นกำลังใจให้คุณไนซ์นะคะ
tongue angry smile
แต่ยังงัยก็ต้องขอบคุณ คุณไนซ์มากมายเลยค่ะ open-mounthed smile ที่ได้เข้ามาอ่าน ตอนนี้มาทุกวันเลย ฮ่าๆๆ เพราะว่างจัด จัดว่าวางทั้งวัน big smile

#1 By jin (125.25.60.92) on 2009-06-30 18:31

เอ่า แล้ว 10 ไปไหนคะ

#2 By บุตร (58.136.27.161) on 2009-06-30 18:51

ขอบคุนมากๆคะ
อัพเร็วทันใจมากเลย

สู้ๆนะะคะ

#3 By Sunny on 2009-06-30 19:41

โอ๊ะโอ๋...อย่าน้อยใจและเสียกำลังใจไปเลยนะ....

ก้อเราทำดีแล้วนี่คร๊าบบบบบ.....

ทำเพื่อคนอื่นได้บุญมากมาย...

ใครจาคิด...จาว่ายังงัยก้ออย่าได้แคร์เร้ย....

ขอบคุณสำหรับแรงกายแรงใจในการแปล...

ให้คนอื่นได้อ่านร่วมกัน....

#4 By join (125.24.108.150) on 2009-06-30 20:45

10 อยู่ข้างล่างต้นไม้ อ่ะค่ะ กดตรงคําว่า
Jun 2009 เจอแน่นอน

#5 By kuk (219.77.172.72) on 2009-06-30 20:46

จะเป็นกําลังใจให้ คุณไนซ์ ค่ะ ได้กําลังใจกลับคืนมาแล้ว แปลต่อน่ะค่ะจ่ะรอ ค.ห ที่ 13 ด่าได้สะใจดีค่ะ

#6 By kuk (219.77.172.72) on 2009-06-30 20:54

ขอบคุณมากค่ะ
ไม่ต้องเสียใจนะค่ะ
จะเป็นกำลังให้ค่ะ
สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#7 By may (110.49.2.80) on 2009-06-30 21:53

แง้ๆ รีบมาอัพน๊า


อย่าเสียใจเลยคะ


เค้าอาจจะพิมพ์แค่หนุกๆ ขำๆ

หรือไม่ เค้าก็คงสติไม่ค่อยดีม๊าง



ยังไงก็แค่คนไม่กี่คน หรือแค่คนๆ เดียวที่มาด่า


แต่ว่ากำลังใจ มีให้เต็มเปี่ยมเลยนะคะ

#8 By Gamboom (58.8.46.146) on 2009-07-01 00:36

ว้าว อัพเร็วทันใจมากเลย คุณไนซ์เหนื่อยมั้ยคะ

ยังไงก็รักษาสุขภาพ นอนพักผ่อนเยอะๆ เป็นห่วงนะจ๊ะ

คืนนี้ได้เติมพลังชีวิตอีกแล้ว ต้องหลับฝันหวานแน่เลย อิอิ

ขอบคุณมากมาย ล้านๆๆๆ เท่านะคะ

**ไอ้คนที่มันด่า มันคงไม่มีคนทำบุญไปให้ ก็เลยเข้ามาขอส่วนบุญใน blog คุณไนซ์ พอมันเห็นคุณไนซ์มีคนรักเยอะมันก็เลยอิจฉา ไม่รู้จะทำไง เลยแสดงนิสัยต่ำทราม อย่าไปใส่ใจพวกผีไร้ญาติเลยค่ะ จะเป็นทุกข์ซะเปล่า เดี๋ยวไว้เค้าจะกรวดน้ำแผ่เมตตาให้มันเอง เป็นกำลังให้คนที่แบ่งปันแต่สิ่งดีๆ แบบนี้ไนซ์เสมอ คืนนี้หลับฝันดีนะค่ะ surprised smile

#9 By AmanDaa on 2009-07-01 01:26

งง งง ครายมาด่าคุณ vampire nice หรือคะ พอดียุ่งๆ แค่แว๊บามาอ่าน ตอนที่ 10 ที่ยังเขียนไม่เสร็จเท่านั้นเอง แปลเร็วจัง ยังไงก็พักผ่อนบ้างนะค่ะ
ส่วนใครที่ว่า อย่าทำเลยนะ เค้ามาแปลให้คุณอ่าน สิ่งเดียวที่เค้าได้คือความสุขใจ ที่เราชอบอะไรที่เหมือนกัน คุณไม่ชอบก็ไม่ต้อง ก็จบแล้ว เงินทองเค้าก็ไม่ได้ เสียเวลามานั่งแปล แล้วยังต้องมาพิมพิ์ให้คนที่ไม่เคยเจอกันอ่านอีก ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำยังไง จะยิ้มดีใจมั้ย tongue tongue tongue tongue

#10 By Aor@Aor (119.31.105.224) on 2009-07-01 04:05

ความคิดเห็น 10 กลับไปดู บทที่11
ความคิดเห็น 8 มันด่าคุณไนซ์ ว่าควาย
เลวสุดๆ พ่อแม่ไม่สั่งสอน หรือไง

#11 By kuk (219.77.172.72) on 2009-07-01 08:08

ติดตามผลงานมานานแล้วค่ะ เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ

สู้ ๆ ค่ะ

#12 By rak rob (222.123.210.122) on 2009-07-01 09:14

มนุษย์มีความแตกต่างกัน จิตใจมีสูงมีต่ำ คนทำความดีมีคนชื่นชอบ ก็ถูกด่าได้ทั้งๆที่ไอ้คนด่ามันก็เข้ามาอ่าน ให้กำลังใจใครไม่เป็นน่าสงสาร แต่ถ้าเค้าตั้งใจด่าจริงๆ ก็ยิ่งน่าสงสาร เพราะจิตใจเค้าอยู่ติดพื้นเดินลากไปลากมามันคงสกปรกมากแล้ว


#13 By ชีสสวิส (58.9.63.93) on 2009-07-01 09:17

อัพเร็วขนาดนี้รักตายเลย

#14 By (202.28.27.3) on 2009-07-01 10:56

สู้ๆนะครับ

ผมว่าเค้าเเค่อิจฉา ความสามารถของคุณมากกว่า

ที่มีคนชื่นชม ยังไงก็ อย่าลดตัวไปเสียใจ เลยนะครับ

เป็นกำลังใจให้เสมอครับconfused smile

#15 By (125.27.44.175) on 2009-07-01 10:59

ใครว่าอ่ะ...

#16 By jasmin (124.121.11.42) on 2009-07-01 11:24

มาติดตามต่อค่ะ

ป.ล. คุณไนซ์อย่าไปสนใจเลยค่ะ
เราเป็นกำลังใจให้คุณไนซ์เสมอ
สู้ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#17 By kuk_kuk (161.242.178.73) on 2009-07-01 14:41

คุณไนซ์คะ คนรักคุณไนซ์มีตั้งเยอะ อิงอิงมั่นใจว่าไอ้คนที่มันบังอาจมาทำร้ายจิตใจคุณไนซ์ต้องไม่ตายดีแน่ สู้ๆๆๆ

#18 By อิงอิง (124.120.155.248) on 2009-07-01 16:34

เราว่าไนซ์แปล..อ่านแล้ว OK. น่ะ..ใช้ภาษาสระสรวยดีอ่ะ..(ไม่รู้สะกดถูกหรือป่าว)

#19 By jasmin (124.121.11.85) on 2009-07-01 17:59

อยากอ่านต่อเร็วจังเลยค่ะ
ชอบมากเลยค่ะ
เป็นกำลังใจให้นะค่ะ

#20 By (117.47.17.73) on 2009-07-02 09:00

ขอบคุณมาก.. และขอเป็นกำลังใจให้นะคะ
สู้ ๆๆ ค่ะ surprised smile

#21 By mj (124.120.237.34) on 2009-07-02 16:18

ชอบมากกกเลยค่ะ

#22 By m (210.1.34.226) on 2009-07-03 10:04

วาจาส่อภาษา กิริยาส่อสกุล นะคะคุณไนซ์
ฝากกลอนบทนี้ไว้ให้ค่ะ
ใครชอบ ใครชัง ช่างเถิด
ใครเชิด ใครแช่ง ช่างเขา
ใครบ่น ใครด่า ทนเอา
ใจเรา ร่มเย็น เป็นพอ

เป็นกำลังใจให้ค่ะ

#23 By takob (119.31.76.227) on 2009-07-03 22:29

16 By บ๋ง กดเลื่อนขึ้นไปข้างล่างต้นไม้ อ่ะค่ะ
ดูตรงคําว่า Archives ข้างล่างจ่ะมีคําว่า Jun2009 กดเข้าไปดูจ่ะมีตอนที่ 10 ทฤษฏี
คิดว่าน่าจ่ะหาเจอน่ะค่ะ

#24 By kuk (219.77.172.72) on 2009-07-06 14:53

อยากอ่านตอนต่อไปแล้วอะ

#25 By นาริน (210.1.34.226) on 2009-07-06 16:36

อยากอ่านต่อแล้ว เร็วๆๆหน่อย

#26 By (124.121.50.11) on 2009-07-06 17:33

ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านค่ะ อยากให้เล่ม Midnight Sun ออกมาให้เห็ฯโฉมเร็วๆจังเลยค่ะ

#27 By sorceress (115.67.132.229) on 2009-07-06 20:13

ต้องขอบคุณคนแปลค่ะ ถ้าจะโดนว่าต้องเป็นเรื่องแปลช้าแหง๋เลย เอาเป็นว่าสู้ ๆ นะค๊ะ จะรอตามอ่านค่ะ

#28 By J.J. (112.142.8.245) on 2009-07-07 12:50

จากกระทู้ต่างๆ ที่ให้กำลังใจ....น่าจะกลับมาแปลได้แล้วเน้อ...รอนานแล้วอ่ะ.

#29 By mj (124.121.0.159) on 2009-07-07 14:21

ไม่อยากจะด่า คนที่ไม่ชอบก็ไม่ควรจะเข้ายุ่งวุ่นวายกับคนที่เค้าชอบเหมือน ๆ กัน (เค้าเรียกว่าอะไรคิดเอาเอง คงจะไม่โง่ขนาดคิดไม่ออกนะ พอดีพ่อแม่สอนมาดีไม่ให้ทำนิสัยเสียเที่ยวไปว่าคนอื่น) เป็นกำลังใจให้คนแปลค่ะ อย่าไปสนใจพวกจิตไม่ว่างแถมยังนิสัยห่วยเลยค่ะ เสียเวลา เสียกำลังใจเปล่า ๆ เดี๋ยวจะทำบุญกรวดน่ำแล้วคว่ำขัน พร้อมอุทิศส่วนกุศลให้พวกดปรตนี่แทนนะค๊ะ

#30 By J.J. (114.128.51.151) on 2009-07-07 22:51

มาอัพต่อเถอะน้ะๆ

#31 By Sunny on 2009-07-08 22:40

ตื่นเต้น ตื่นเต้น สุดยอดเลยค่ะ ขอบคุณในความมีนํ้า
ใจ

#32 By kuk (219.77.172.72) on 2009-07-09 19:55

ไชเย...กลับมาแล้ว...

สู้...สู้...

อย่าท้อไปเร้ย...

ยังงัยก้อได้กำลังใจ....

จากคนที่ชื่นชมความมีน้ำใจของคุณอยู่น๊า....

คนดี...เอ็ดเวิร์ด คัลเลนคุ้มครองอยู่แว้วววววว

#33 By join (125.24.132.14) on 2009-07-09 20:13

กลับมาแล้ว
ดีใจมากเลย
สู้ๆ นะค่ะ

#34 By may (110.49.19.9) on 2009-07-09 23:40

ยุคนี้น้ำใจและความรักเป็นของหายาก ผู้คนจิตใจแข็งกระด้าง คิดในทางต่ำจนเราต้องมานั่งสงบจิตใจตัวเองทำใจให้เข้มแข็งนะคะมีคนมากมายคอยให้กำลังใจคุณไนซ์ขอให้มีความสุขนะคะ

#35 By ชีสสวิส (58.9.252.195) on 2009-07-10 10:57

มายคอยให้กำลังใจคุณไนซ์ขอให้มีความสุขนะคะ

#36 By kuk (219.77.172.72) on 2009-07-10 13:15

ขอบคุณ ขอบคุณมากมาย
เรารอมานานแล้ว สมใจซักกะที

แล้วมาอัพอีกนะ จะรอจร้าๆๆๆ

#37 By (124.121.76.26) on 2009-07-10 18:55

คุณทำให้พวกเราเรามีความสุขค่ะ
แค่นี้ก็เพียงพอ
อย่าสนใจคนที่ พยายามทำตามกิเลส ในใจของเขา

#38 By ิำbell (58.136.74.145) on 2009-07-11 22:08

คุณไนซ์ขอบคุณมากนะคะ

#39 By อิงอิง (202.41.167.241) on 2009-07-12 13:23

ขอบคุณมากที่คอยแปลให้ เป็นกำลังใจให้สู้ต่อนะคะ แปลได้สวยมาก...มาก

#40 By Apple (222.123.37.178) on 2009-07-12 20:20

สวัสดีค่ะ
แวะมาให้กำลังใจคุณ vampires nice หวังว่าตอนนี้ OK ขึ้นแล้วนะคะ สู้ ๆค่ะ cry double wink surprised smile question open-mounthed smile big smile

#41 By Aor@Aor (110.49.13.18) on 2009-07-13 02:49

เป็นกำลังใจให้สู้ต่อนะคะ แปลได้สวย

#42 By kuk (219.77.172.72) on 2009-07-13 08:00

อยากอ่านตอนต่อไปแล้วอะค่ะ

#43 By น้ำ (210.1.34.226) on 2009-07-16 13:21

นู๋ไนซ์ . . หายไปเลย เป็นไงบ้างแล้วคะ จิตใจดีขึ้นหรือยัง ถ้านู๋ต้องสนใจความคิดของคนอื่นอ่ะได้นะจ๊ะแต่อย่าเอาความคิดเค้ามาเป็นอารมณ์ให้นู๋เครียดหรือท้อในสิ่งที่นู๋คิดว่าทำดีแล้วเลยค่ะ เพราะมันต้องมีทั้งคนที่รักและไม่รักเราเสมอในทุกๆ อย่างที่เราได้ทำไปนะ สู้..สู้ค่ะ

#44 By ลูกเกด (117.47.243.177) on 2009-07-19 13:06

wow !!!!

พึ่งมาเจอนี่แหละ ... ขอบคุณนะคะที่มาลงไว้ให้ใจเต้นๆเล่นๆก่อนที่หนังสือจะแปลมาถึงมือคนอ่านอย่างเราๆ

ปล. อย่าห่วงว่าจะไม่ซื้อหนังสือนะ ซื้อแน่นอน หุ หุ

#45 By bobo (125.27.232.250) on 2009-07-20 10:28

ขอบคุณมากนะคะ คุณไนซ์แปลได้ดีมาก มากเลย แล้วก็ดีใจที่ได้อ่านด้วย
จะเป็นกำลังใจให้แปลงานดีๆออกมาอีกนะคะ

#46 By นกค่า (125.27.207.57) on 2009-07-21 13:20

ขอบคุณนะคะ
สนุกมากเลย

#47 By อิอิ (125.27.202.237) on 2009-07-24 19:18

หายท้อใจหรือยังคะคุณไนซ์ เราเพิ่งเจอเว็บของคุณไม่นานมานี้ แต่ติดมากๆ เลยหล่ะ ต้องเข้ามาดูแทบทุกวัน ตอนนี้อ่าน Midnight Sun เวอร์ชั่นสปอยล์โดยคุณไนซ์จบทั้ง 12 บทแล้ว ขอชมจากใจจริงนะ ว่าคุณไนซ์แปลได้สละสลวย ขี้เล่น และอบอุ่นดี อ่านแล้วไม่รู้สึกติดขัด หรือขัดใจเหมือนของสนพ.ไส้เลื่อน (ในบางภาค) ไม่ได้เข้าไปอ่านคอมเม้นท์คนที่ทำให้คุณไนซ์เสียกำลังใจหรอก แต่ก็อยากให้กำลังใจคุณไนซ์ตรงนี้นะ นี่ขนาดเพิ่มไปซื้อเล่มแปลไทย รุ่งอรุโณทัย เล่ม 2 มาเมื่อ 2 วันก่อน แต่อ่านบทที่ 11 ที่คุณแปลยังไม่จบ เราก็เลือกที่จะอ่านของคุณไนซ์ก่อนเลย ก็สู้ๆ ต่อไปนะคะ เหนื่อยนักก็พักก่อน

#48 By เพิ่งเริ่มติดตาม (58.8.237.100) on 2009-07-31 12:07

ขอบคุณมากเลยนะคะ ที่แปลให้ได้อ่านกัน

เป็นกำลังใจให้นะคะ

ขอบคุณมากเลยจริงๆค่า ^____^

#49 By pear (112.142.236.37) on 2009-09-11 20:37